การออกแบบสื่อดิจิทัล (Digital Media Design)
การออกแบบสื่อดิจิทัลเป็นหนึ่งในการสื่อสารแบบ Visual Communication Arts หรือ นิเทศศิลป์ ซึ่งเป็นศิลปะที่ เกี่ยวข้องกับการสื่อสารทางการมองเห็น (Visual Communication) เพราะเป็นการสื่อสารไปยังผู้รับสารด้วยภาพเป็นสําคัญ (Visual Image) แม้จะมีบางองค์ประกอบจะมีการสื่อสารทางเสียง มาประกอบก็ตาม แต่สื่อหลักก็ยังเป็นการ สื่อสารด้วยภาพ โดยเสียงเป็นตัวเสริมให้ภาพนั้นสมบูรณ์ขึ้น ทั้งนี้เพราะการรับรู้ของมนุษย์เรานั้น รับรู้จาก จักษุประสาทมากที่สุด (รับรู้ทางตา83% หู 11%)
Communication Arts หรือ นิเทศศาสตร์ คือ ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับศิลปะในการสื่อสาร โดยให้ความสําคัญกับการ สื่อสาร จากองค์ประกอบของการสอสาร กล่าวคือ ผู้สงสาร สาร สื่อ และผู้รับสาร ซึ่งผู้สงสารอาจเป็นตัวบุคคล องค์กร หรือ บริษัทก็ได้ ข่าวสารจะต้องเป็นเนื้อหาสาระที่ผู้ส่งต้องการที่จะกระจายให้ประชาชนไดรับทราบ สื่อหรือช่องทาง เป็นการหาวิธีการ กระจายข่าวสารต่างๆ ไปสู่กลุ่มเป้าหมายให้ได้มาก และกว้างไกล ตามวัตถุประสงค์ของผู้ส่ง และผู้รับสาร หรือกลุ่มเป้าหมาย จะต้องสามารถรับข่าวสารนั้นได้ โดยผู้สงสารจะต้องหาวิธีการทำให้ข่าวสารที่ส่งไป ถึงผู้รับสารได้มากที่สุด
Visual Communication คือ การสื่อสารด้วยการมองเห็น เป็นการสื่อสารที่ มุ่งที่จะให้ความคิดความเข้าใจของผู้อื่น ให้เหมือนกับความคิดความเข้าใจของเรา หรือทำอย่างไรจึงจะเอาความรู้สึกนึกคิดของผู้อื่นได้ โดยให้มีความรู้สึกนึกคิด เช่นเดียวกับเรา เพราะธรรมชาติมนุษย์ได้รับข่าวสารอย่างเดียวกันมา แต่จะมีความเข้าใจและความรู้สึกนึกคิด แตกต่างกัน ออกไป การสื่อสารที่ดีก็ต้องมีการวางแผน โดยสิ่งที่ Visual Communication เห็นนั้นได้สื่อสารผ่านภาพ (Image), เครื่องหมาย (signs), ตัวพิมพ์ (Typography), ภาพวาด (Drawing), ออกแบบกราฟฟิค (Graphic Design), ภาพประกอบ (Illustration), สี (Color) และทรัพยากรอิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Resources) เป็นต้น
Visual Communication Arts หรือ นิเทศศิลป์ หมายถึง งานศิลปะเพื่อการนาเสนอให้ปรากฎ ในรูปแบบต่างๆ ผ่าน การมองเห็นเป็นสําคัญ นอกจาก จะเกี่ยวของกับการสอสารแล้ว ยังต้องเกี่ยวของ กับวิชาการสาขาต่าง ๆ อีกก็คือ จิตวิทยา ธุรกิจ เทคโนโลยี ระบวนการสร้างสรรค์ และศิลปะ
Digital Media Design หรือ การออกแบบสื่อดิจิทัล จึงหมายถึงการสรางสรรค์ผลงานในเชิงนิเทศศิลป์เพื่อสื่อสารสง
ต่างๆ ให้กับผู้รับสาร โดยใช้สื่อระบบดิจิทัลในกระบวนการออกแบบและการสื่อสาร การออกแบบด้วยสื่อดิจิทัลแบ่งเป็น 2 ลักษณะ คือ
1. ผลงานการออกแบบสิ่งพิมพ์ด้วยสื่อดิจิทัล
เช่น หนังสือ ( Book), นิตยสาร ( Magazine), วารสาร ( Periodical), ภาพโฆษณา ( Poster), เครื่องหมายและการค้า (Trademark & Logo), ตราสัญลักษณ์ (Logo), บรรจุภัณฑ์ (Packaging) เป็นต้น
2. ผลงานการออกแบบเพื่อนำไปใช้สื่อดิจิทัลโดยตรง
เช่น Web Page, Banner, Animation, E-Newsletter, Blog, E-Book, Wallpaper, VDO เป็นต้น
ประเภทของไฟล์
โดยต้องบอกก่อนว่าประเภทของไฟล์แบ่งเป็น 4 แบบ ได้แก่ ไฟล์รูปภาพ ไฟล์เอกสาร ไฟล์บีบอัด และไฟล์วิดีโอและเพลง
1.ไฟล์รูปภาพ
.jpg หรือ .Jpeg ย่อมาจาก Joint Photographic Experts Group เป็นไฟล์รูปภาพที่นิยมที่สุด มีขนาดเล็ก รูปภาพค่อนข้างคมชัด
.gif ย่อมาจาก Graphic Interchange Format เป็นไฟล์รูปภาพที่สามารถเคลื่อนไหวได้ แต่ไม่ได้จัดในประเภทไฟล์วิดีโอ มีจำนวนสีเพียงแค่ 256 สี มักทำเป็นภาพเคลื่อนไหวมากกว่า ความละเอียดภาพไม่สูงมาก
.png ย่อมาจาก Portable Network Graphics ไฟล์ประเภทนี้คล้ายกับไฟล์ .jpg มาก แต่ข้อแตกต่าง คือ สามารถเป็นรูปที่ Backgroud โปร่งได้
.bmp ย่อมาจาก Bitmap ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อแสดงภาพโปรแกรม Windows เป็นไฟล์ขนาดใหญ่ จึงไม่ค่อยมีประโยชน์ในการใช้งานมากนัก
.tiff ย่อมาจาก Tagged Image File Format เป็นไฟล์ที่มีความละเอียดสูงและมีขนาดที่ค่อนข้างใหญ่ รองรับระบบสีได้หลายแบบ เหมาะกับการทำสื่อสิ่งพิมพ์
.psd ย่อมาจาก Photoshop Document เป็นกราฟิกไฟล์ ที่ใช้ในโปรแกรม Adobe Photoshop สามารถแก้ไขงานแต่ละ Layer
.swf ย่อมาจาก Shockwave Flash เป็นไฟล์ภาพเคลื่อนไหวของ Adobe Flash แลโปรแกรมอื่นๆ เป็นการ Publish File ให้เป็น Flash Movie
.ai ย่อมาจาก Adobe Illustrator ซึ่งเป็นโปรแกรมออกแบบแบบ Vector คือการนำจุดมาต่อๆ กัน โดยข้อดีของ Vector คือง่ายต่อการแก้ไข
2.ไฟล์เอกสาร
.doc หรือ .docx ย่อมาจาก Document เป็นไฟล์เอกสารที่เก็บข้อมูลเป็นหน้า โดยอ่านไฟล์ได้จากโปรแกรม WordPad หรือ Microsoft Word
.xls หรือ .xlw ย่อมาจาก Excel Spreadsheet เป็นไฟล์ตารางข้อมูล ใช้คำนวณตัวเลข โดยใช้ Microsoft Excel ในการอ่าน
.pdf ย่อมาจาก Portable Document Format เป็นไฟล์ที่คุณภาพสูงแต่ขนาดค่อนข้างเล็ก ใช้แสดงเอกสารในแบบกราฟิก ใช้โปรแกรม Adobe Acrobat Reader หรือโปรแกรมอื่นๆ ในการอ่าน
.pptx ย่อมาจาก Microsoft Powerpoint Open XML เป็นไฟล์แบบสไลด์ ใช้ในการนำเสนองาน ใช้เปิดด้วยโปรแกรม Microsoft Powerpoint
.prg ย่อมาจาก Program เป็นไฟล์ข้อความประเภทหนึ่ง ใช้ NotePad WordPad หรือ Text Editor ในการอ่าน
.dwg ย่อมาจาก Drawing ของโปรแกรม AutoCAT.txt ย่อมาจาก Text เป็นไฟล์ข้อความธรรมดาคล้ายกับไฟล์ .prg
3.ไฟล์บีบอัด
.zip เป็นไฟล์ที่บีบอัดหลายๆ ไฟล์รวมกัน ใช้โปรแกรม Winzip Pkzip Winrar ในนการอ่าน
.rar ย่อมาจาก Roshal Archive เหมือนกับไฟล์ .zip ใช้โปรแกรม Winzio Pkzip Winrar ในการอ่านเช่นเดียวกับไฟล์ .zip
4.ไฟล์วิดีโอและเพลง
.avi ย่อมาจาก Audio Video Interleave คือไฟล์ภาพยนตร์ ภาพเคลื่อนไหว ใช้โปรแกรม Windows Media Player QuickTime ACDsee ในการเปิด
.divx เป็นไฟล์ .avi ที่ใส่ Subtitle เพิ่มได้หลายภาษา โดยจะต้องติดตั้งโปรแกรม Subtitle เพิ่ม
.fly เป็นไฟล์ที่นิยมใช้ในหลายๆ เว็บไซต์ที่ให้บริการวิดีโอผ่านเว็บไซต์
.mov ย่อมาจาก Movie เป็นไฟล์วิดีโอ โดยที่ใช้โปรแกรม QuickTime ในการเปิด
.mp3 ย่อมาจาก MPEC Audio Layer 3 เป็นไฟล์ขนาดเล็ก ที่คุณภาพดี ใช้โปรแกรม Winamp Sonique Windows Media Player และอื่นๆ ในการเปิด
.mp4 ย่อมาจาก MPEC Audio Layer 4 เป็นไฟล์ที่มีพื้นฐานจากไฟล์ .avi แต่ถูกบีบให้ขนาดเล็กกว่า แต่คุณภาพยังคงใกล้เคียงกับของเดิม
.wav ย่อมาจาก Wave เป็นไฟล์เพลง โดยโปรแกรม Winamp Sonique Windows Media Player และอื่นๆ ในการเปิด
.wma ย่อมาจาก Windows Media Audio เป็นไฟล์ที่คุณสมบัติเหมือนกับไฟล์ .mp3 แต่ขนาดเล็กกว่าและใหม่กว่า
ประเภทของไฟล์มีไว้เพื่อจำแนกหน้าที่และรูปแบบของไฟล์ เพื่อให้เราทราบได้ว่าไฟล์นั้นๆ มีหน้าที่อะไร ใช้ทำอะไร แต่ในที่นี้ ทางเรา จะแนะนำเฉพาะไฟล์ใช้ควบคู่กับการทำงานกราฟฟิคเท่านั้น
ประเภทของไฟล์กราฟฟิคมี 2 ประเภท คือbased
1. ไฟล์กราฟฟิคประเภท Raster baseded
2. ไฟล์กราฟฟิคประเภท Vector based
หรือที่เรียกกันทั่วไปว่า "bitmap" ซึ่งเกิดจากการนำเอาจุดสีเล็กๆ หลายๆ จุดมารวมกันเพื่อให้เกิดภาพ ซึ่งจะมีความกว้างยาว X pixel และ Y pixel และความลึกคือ Z pixel (Z pixel คือ ค่าความลึกของสี : Color Depth) ไฟล์ Raster มีรูปแบบและวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกันไป ซึ่งเราควรจะนำมาใช้ให้เหมาะสม โดยศึกษาการใช้งานได้จากตารางต่อไปนี้
ตารางที่ 1.1 ชนิดของกราฟฟิคไฟล์ประเภท Raster |
ไฟล์ | มาจากคำว่า | ลักษณะการใช้งาน |
BMP | Bitmap squence | ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เพื่อแสดงผลภาพกราฟฟิคโปรแกรมวินโดวส์ เป็นไฟล์ที่ไม่ค่อยมีประโยชน์ในด้านการใช้งานมากนัก จะใช้เพื่อเก็บกราฟฟิคไฟล์ที่เป็นต้นแบบเสียส่วนใหญ่ และใช้ในการแสดงผลบนจอคอมพิวเตอร์ |
PCX | - | เป็นกราฟฟิคไฟล์พื้นฐานอีกชนิดหนึ่งใน PC ถูกสร้างและพัฒนาโดย Z-soft Corperation เพื่อใช้กับโปรแกรม PC Paintbrush มีรูปแบบคล้ายคลึงกับไฟล์ bitmap ปัจจุบันไม่นิยมใช้กันแล้ว |
TIFF | Tagged Image File Format | เป็นกราฟฟิคไฟล์ที่สร้างมาเพื่อ โปรแกรมประเภทจัดหน้าหนังสือ (Desktop Publishing) สามารถเก็บข้อมูล รายละเอียดของภาพได้ค่อนข้างมาก ใช้ได้ทั้งใน Mac และ PC มีหลายเวอร์ชั่น แต่ที่นิยมใช้กันคือ เวอร์ชั่น 4 และ 5 |
GIF | compu surve Graphic Interchange File | ถูกสร้างขึ้นมาโดยบริษัท Compu surve ซึ่งเป็นบริษัทที่ให้บริการด้านเครือข่ายของสหรัฐ เหมาะกับการเก็บไฟล์รูปภาพขนาดเล็ก และมีจำนวนของสีน้อย มีขนาดไฟล์เล็กเพราะสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในระบบเครือข่าย |
JPG | Joint Photographic Experts Group | เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อบีบอัดข้อมูลภาพ เพื่อให้มีขนาดกระทัดรัด เพื่อนำใช้งานในระบบอินเตอร์เนต นิยมมาใช้ในการแสดงผลรูปภาพบนเครือข่ายอินเตอร์เนตเช่นเดียวกับ GIF แต่มีวัตถุประสงค์ในการใช้งานแตกต่างกัน |
PICT | PICTure | เป็นกราฟฟิคไฟล์ประเภทเดียวกับไฟล์ BMP เป็นไฟล์ที่ใช้เพื่อแสดงผลภาพกราฟฟิค บนจอภาพของ แมคอินทอช |
PSD | - | คือ กราฟฟิคไฟล์ ของโปรแกรมตบแต่งรูปภาพ (Retuching) ยอดนิยม Adobe Photoshop ไฟล์ PSD นี้จะใช้กับโปรแกรม Adobe Photoshop เพื่อการแก้ไขตบแต่งรูปภาพ |
PNG | - | เป็นกราฟฟิคไฟล์ชนิดล่าสุด ที่นำมาใช้แสดงผลภาพบนเวบเพจ |
PDF | - | ไฟล์ PDF เป็นไฟล์เอกสารของ Adobe Acrobat ใช้ในการแสดงเอกสารในรูปแบบของกราฟฟิค ซึ่งจะต้องใช้ โปรแกรม Adobe Acrobat Reader ในการอ่าน |
ตารางที่ 1.1 คุณสมบัติและข้อดี, ข้อเสียของกราฟฟิคไฟล์ประเภท Raster |
ไฟล์ | คุณสมบัติของไฟล์ | ลักษณะการใช้งาน |
BMP | สามารถบันทึกภาพชนิดขาวดำแบบ 16 สี และภาพสีขนาด 24 บิท (True color) ได้ | สามารถเก็บองค์ประกอบของรูปได้ครบ |
| ขนาดของไฟล์ใหญ่ | ||
PCX | บันทึกได้ตั้งแต่ภาพชนิดขาวดำแบบ 16 สี, ภาพขาวดำ 256 ระดับ (Grayscales), ภาพสีแบบ 16, 256 และ 16.7ล้านสีได้ | - |
- | ||
TIFF | บันทึกภาพได้หลายชนิดทั้งภาพลายเส้น (Line-Art), ภาพ halftone, ภาพ grayscale และภาพสีตั้งแต่ 1 บิทจนถึง ภาพสี 32 บิท | สามารถบันทึกข้อมูลได้หลายชนิดและบันทึกระดับสีได้สูง และมีการบีบอัดข้อมูล เพื่อประหยัดเนื้อที่ในการบันทึกได้ |
| มีหลายเวอร์ชั่น ซึ่งต้องระวังในเซฟเพื่อใช้งานกับ โปรแกรมประยุกต์รุ่นเก่าๆ | ||
GIF | เก็บข้อมูลภาพในลักษณะ 8 bit (256 สี) สามารถเก็บภาพไว้ได้หลายภาพในไฟล์เดียว จึงสามารถทำภาพเคลื่อนไหวได้, มีการบีบอัดข้อมูลแบบ LZW (Lamp Ziv-Welch), | นิยมใช้งานในอินเตอร์เนต มีความสามารถพิเศษมาก เช่น การทำภาพโปร่งใส (Transparent), สามารถรอรับอินพุทจากผู้ใช้เพื่อให้มีการเคลื่อนไหวภาพ, การใส่คอมเมนท์เพื่อการอ้างอิง |
| เก็บสีได้เพียง 256 สี (สีโปร่งใส หรือ Transparent ก็นับเป็น 1 สี) และไม่เหมาะที่จะเซฟไฟล์รูปขนาดใหญ่ๆ เพราะจะมีขนาดใหญ่มาก | ||
JPG | เก็บข้อมูลภาพในลักษณะของการบีบอัดข้อมูล สามารถเก็บภาพสีได้สูงถึง 16.7 ล้านสี | เหมาะสำหรับการใช้งานบนอินเตอร์เนต เพราะมีขนาดเล็กสามารถโหลดได้รวดเร็ว แต่ให้รายละเอียดของภาพสูง |
| คุณภาพของรูปจะลดลงเมื่อบีบอัดไฟล์ จึงไม่เหมาะแก่การนำมาแก้ไขตบแต่ง | ||
PICT | ไม่ทราบข้อมูล แต่มีความสามารถใกล้เคียงกับไฟล์ BMP | สามารถเก็บองค์ประกอบของรูปได้ครบ |
| เป็นไฟล์ของ Mac OS และไม่สามารถเซฟในโหมด CMYK เพื่อนำมาใช้งานด้านการพิมพ์ได้ | ||
PSD | สามารถบันทึกข้อมูลภาพ ได้ทุกรูปแบบ | มีการแบ่งเลเยอร์ เพื่อง่ายแก่การแก้ไข ในภายหลัง และสามารถบันทึกกราฟฟิคแบบ Vector ลงในไฟล์ได้ |
| มีขนาดไฟล์ที่ใหญ่ | ||
PNG | ยังไม่มีข้อมูล | โปร่งใส หรืออาจจะโปร่งใสแค่บางส่วนก็ได้ ซึ่งมีประโยชน์อย่างยิ่งในการทำกราฟิกหลาย ๆ เลเยอร์ |
ใช้ Adobe photoshop ในการออกแบบ | ||
PDF | ยังไม่มีข้อมูล | สามารถเซฟไฟล์กราฟฟิค ทุกประเภทให้เป็น PDF ได้ (โดยใช้โปรแกรม Adobe Acrobat) โดยยังคงลักษณะเดิมของเอกสารไว้ ไม่ว่าจะเปิดที่ใด |
| ต้องอ่านไฟล์ชนิดนี้ด้วย โปรแกรม Adobe Acrobat Reader เท่านั้น |
คือไฟล์กราฟฟิคที่เกิดจากการ ผลคำนวณทางคณิตศาสตร์เพื่อให้เกิดภาพ หรือเราจะเรียกไฟล์ชนิดนี้ได้อีกอย่างหนึ่งว่า ไฟล์ประเภท "postscript" ไฟล์ชนิดนี้บางประเภทก็ยังสามารถเก็บภาพ bitmap เอาไว้ในตัวได้อีกด้วย ส่วนใหญ่แล้ว ไฟล์ประเภท Vector นี้จะถูกแบ่งแยกโดยโปรแกรมประยุกต์ที่ใช้ในการแก้ไขไฟล์นั้นๆ ไฟล์ชนิดซึ่งที่นิยมใช้กันนั้น มีดังนี้
ตารางที่ 1.1 ตัวอย่างของกราฟฟิคไฟล์ประเภท Vector |
ไฟล์ | มาจากคำว่า | ลักษณะการใช้งาน |
PS | PostScript | ไม่มีข้อมูลครับ |
EPS | Encapsulated PostScript | เป็นไฟล์ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในงานออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์ (Desktop Publishing) เป็นไฟล์ Vector มาตรฐาน ใช้งานได้กับโปรแกรมหลายโปรแกรม สามารถทำการแยกสีเพื่องานพิมพ์ได้ นอกจากนี้ยังใช้ในการเซฟ Vector ไฟล์ จากโปรแกรมหนึ่งเพื่อนำไปโหลดใช้งาน ในอีกโปรแกรมหนึ่งอีกด้วย ไฟล์ชนิดนี้จะมีขนาดใหญ่กว่าไฟล์ vector ชนิดอื่นๆ |
AI | Adobe Illustrator sequence | AI เป็นไฟล์ของ Adobe Illustrator จึงควรรแก้ไขไฟล์ AI บนโปรแกรม Illustrator เท่านั้น |
FH | FreeHand | คือ ไฟล์ของโปรแกรม vector ของ ค่าย Macromedia ที่มีชื่อว่า FreeHand (เครื่องหมาย ?ใช้แทนตัวลขเพื่อบอกเวอร์ชั่นของไฟล์) |
DWG | DraWinG file | คือ drawing file ของโปรแกรม AutoCAD |
FLA | FLAsh | เป็นไฟล์ Vector ของโปรแกรม Macromedia Flash ใช้ในการสร้างอนิเมชั่นบนเวบเพจ |
| SWF | Shock Wave Flash | เป็นไฟล์ Vector ของโปรแกรม Macromedia Flash ใช้ในการแสดงผล Flash อนิเมชั่นบนเวบเพจ |
ไฟล์ประเภท Vector ที่ใช้กับงานสื่อสิ่งพิมพ์นั้น จะสามารถสร้างไฟล์แยกสีชนิด 5 สี โดย 4 แรกคือ CMYK และสีสุดท้ายจะเป็นข้อมูลของการจัดตำแหน่งไฟล์แยกสี 5 สี ที่เรียกว่า DCS (Digital Color Separation)
การใช้ภาพประกอบ
ภาพประกอบของสื่อเป็นสิ่งที่ช่วยเร้าความสนใจ และทำให้สิ่งพิมพ์หน้าสนใจมากยิ่งขึ้น เพราะผู้ดูจะให้ความสนใจในเบื้องแรกต่อภาพมากกว่าข้อความที่ต้องอ่านเพราะใช้เวลาในการทำความเข้าใจน้อยกว่า ฉะนั้นหากภาพที่ใช้ประกอบในการออกแบบมีคุณภาพ สามารถสื่อคามหมายได้ดี และมีความเหมาะสมกับเนื้อหาและวัตถุประสงค์ของการใช้สื่อสิ่งพิมพ์นั้นๆแล้ว จะทำให้สิ่งพิมพ์ได้ประโยชน์ตรงตามความต้องการยิ่งขึ้น
หลักในการใช้ภาพประกอบ
1.1 การคัดเลือกภาพ เพื่อใช้ในการประกอบแบบนั้น ต้องพิจารณาถึงเนื้อหา ข่าวสาร เนื้อความที่สำคัญ และองค์อื่นที่จะช่วยให้เกิดการรับรู้ของผู้อ่านได้ดีขึ้น ไม่ควรคำนึงถึงความรู้สึกของช่างภาพมากเกินไปว่าเขาจะรู้สึกอย่างไรที่ไม่ใช้ภาพที่เขาถ่ายมา เพราะการฝืนเลือกใช้ภาพที่ไม่มีความเหมาะสมจะทำให้สิ่งพิมพ์นั้นลดคุณค่าลงไป
1.2 ภาพที่คมชัด สวยงาม ไม่จำเป็นต้องเป็นภาพที่เหมาะสมกับการ,ออกแบบเสมอไปหากไม่เข้ากับเนื้อเรื่อง ภาพที่ตรงกับเรื่องและสามารถอธิบายหรือเสริมเนื้อเรื่องได้จะเป็นภาพที่เหมาะสมในการนำมาใช้มากที่สุด แต่อย่างไรก็ตามในกรณีที่ได้ภาพที่คมชัดสวยงามมาแล้วและยังไม่มีโอกาสที่จะใช้ก็ควรเก็บรักษาไว้และจัดระบบการจัดเก็บให้ดี เพื่อสามารถนำมาใช้ได้ในโอกาสต่อไป
1.3 ภาพคุณภาพต่ำ บางครั้งอาจมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ภาพที่มีคุณภาพต่ำอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็อาจใชเทคนิคการออกแบบมาช่วยโดยการจัดให้ภาพนั้นอยู่ทางด้านล่างของหน้าและไม่พยายามเน้นหรือทำให้เป็นจุดสนมากเกินไป และใช้ตัวอักษรพาดหัวที่มีขนาดใหญ ่เพื่อหันเหความสนใจออกไป หรือใช้สกรีนแบบต่างๆที่แปลกออกไปมาใช้ในการทำภาพให้ดูแปลกตามากขึ้น
1.4 การบังภาพ (cropping) ในบางกรณีภาพถ่ายที่ได้มาเป็นภาพที่ถ่ายในระยะไกลเกินไป ทำให้ครอบคลุมส่วนอื่นๆที่ไม่ต้องการติดตามมาด้วย ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องปิดหรือบังส่วนที่ไม่ต้องการออกไป แล้วนำภาพนั้นมาขยายเฉพาะส่วนที่ต้องการ
เท่านั้น ซึ่งเป็นความจำเป็นที่จำต้องทำเช่นนี้เพราะส่วนอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องนั้น บางครั้งกลายเป็นสิ่งที่ลดความสนใจของผู้อ่านลงไปเพราะเมื่อดูภาพนั้นแล้วหาจุดที่เป้นจุดเด่นของภาพไม่ได้ ถึงแม้ว่าการบังภาพจะทำให้ขนาดของภาพเล็กลงแต่จะได้รายละเอียด
ของภาพมากขึ้น
1.5 การคัดเลือกภาพ การคัดเลือกภาพเพื่อใช้ประกอบการออกแบบสื่อสิ่งพิมพ์นั้นจะต้องคิดอยู่เสมอว่างานที่เรากำลังทำอยู่นั้น คือ การเลือกภาพใช้ภาพเพื่อธุรกิจของการพิมพ์มิใช่การพิจารณาว่าภาพนั้นมีศิลปะหรือมีความสวยงามในแง่ของภาพนั้นมากน้อยเพียงไร นั่นคือ ภาพนั้นจะต้องให้ผลดีต่อเนื้อเรื่องที่จะพิมพ์เป็นสำคัญ ถึงแม้บางครั้งภาพที่ได้จะมิใช่ภาพที่ดีในแง่ของศิลปะการถ่ายภาพก็ตามในกรณีที่มีภาพที่มีคุณภาพดีให้เลือกหลายภาพ เกณฑ์การตัดสินใจก็คือ เลือกภาพที่มีความหมายตรงกับเนื้อความ และเสริมเนื้อหามากที่สุด
1.6 การทำให้ภาพน่าสนใจขึ้นโดยการจัดเรียงภาพ การใช้ภาพเดี่ยวในบางกรณีอาจดูไม่น่าสนใจ หากใช้ภาพที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องมาจัดเรียงลำดับกันขึ้นจะทำให้ภาพนั้นดูสะดุดตา และน่าสนใจ ซึ่งอาจจัดเรียงในลักษณะใดก็ได้ เช่น เรียง
ตามลำดับไปอย่างปกติ เรียงซ้อนเหลื่อมกัน เรียงในแนวทแยง เป็นต้น
1.7 การจัดภาพขนาดเล็กให้รวมกันเป็นกลุ่ม การใช้ ภาพขนาดเล็กสอดแทรกอยู่ในเนื้อความทั่วไป อาจไม่เป็นที่น่าสนใจเท่าที่ควร จึงอาจพิจารณาจัดให้ภาพเหล่านั้นอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม ในรูปทรงที่น่าสนใจ ซค่งจะทำให้เรียกความสนใจได้มากกว่า แต่ต้องคำนงด้วยว่า การจัดเป็นกลุ่มอาจทำได้หลายวิธีต่างๆเช่น
1)จัดวางภาพทั้งหมดไว้บนแบรคกราวด์เดียวกัน
2)จัดให้ภาพทั้งหมดอยู่ในกรอบที่ปิดทุกด้าน
3)จัดวางบนเส้นตารางห่างๆ
4)จัดเรียงภาพให้มีลักษณะรูปร่างเดียวกันซ้ำๆกันทั้งกลุ่ม
5)จับคู่ภาพที่มีความต่อเนื่องกันหรือใกล้เคียงกันเข้ากัน
1.8 การเร้าความสนใจโดยการทำภาพให้มีความต่อเนื่อง บ่อยครั้งการใช้ภาพเพียงภาพเดียวไม่สามารถอธิบายเรื่องราวได้ทั้งหมด ไม่ว่าภาพที่ใช้จะเป็นภาพที่ดีเพียงใดก็ตาม จึงจำเป็นต้องใช้ภาพหลายภาพมาจัดเรียงไว้ในลักษณะคล้ายกับการจัดลำดับ
เป็นระยะๆแต่ไม่ต่อเนื่องบนหน้าเดียวกัน เป็นการสร้างความสัมพันธ์ให้เกิดขึ้น และพัฒนาความคิดของผู้อ่านตามลำดับซึ่งในการพิจารณาใช้ภาพมาประกอบมาสร้างความคิอให้เกิดเป็นลำดับ จะต้องพิจาณาภาพให้ดีและต้องอธิบายเหตุผลของการใช้ภาพแต่ละภาพได้เสมอว่า ทำไมถึงได้ใช้ภาพนั้นๆ ต้องแน่ใจว่ามีความสอดคล้องและสร้างเสริมความเข้าใจเนื้อหาได้มองไม่ใช่ภาพมากเกินไป ควรใช้ภาพให้มากที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
| ภาพตัวอย่างงาน (ที่เซฟด้วยวิธีการที่แตกต่างกัน) ภาพตัวอย่างการเซฟภาพในฟอร์แมตเดียวกันกัน แต่ใช้คนละโหมด | ||||||
JPEG เห็นความแตกต่างไหมระหว่างรูปทั้งสองรูปไหมครับ สังเกตุได้ว่าภาพยิ่งมีคุณภาพดี ขนาดของไฟล์จะยิ่งใหญ่มาก ตรงข้าม ถ้าไฟล์มีคุณภาต่ำ ขนาดของไฟล์ก็จะยิ่งเล็กลง อ้อ!! ลืมไปเลย นอกจากนี้การตั้ง resolution (ความละเอียดของภาพ) ในการใช้งานบนอินเตอร์เนตฯ นั้น ไม่ควรตั้งให้สูงจนเกินไป แนะนำให้ตั้งไว้ 96 DPI (Dot Per Inch) ก็พอเพราะ จอมอนิเตอร์นั้นสามารถแสดงรายละเอียดสูงสุดได้แค่ 96 DPI เท่านั้น | ||||||
| การเซฟไฟล์แบบแสดงผลภาพบางส่วนก่อนจะโหลดเสร็จสิ้น มีทั้งแบบ GIF และ JPG ครับ เซฟด้วยโฟโต้ชอป
หมายเหตุ : ตัวอักษรที่เน้นหมายถึง ออปชั่นที่ทำให้เกิดภาพในลักษณะดังกล่าว | ||||||